News UPDATE !

                  




 Side Menu


 Side Page
 สถิติวันนี้ 22 คน
 สถิติเมื่อวาน 74 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
1933 คน
15535 คน
85869 คน
เริ่มเมื่อ 2010-10-09


บนเส้นทางเส้นนี้ เราลุยด้วยกัน อยู่เคียงข้างกันเสมอ

 
Title Post    ถ้าคุณชอบท่องเที่ยวและขับรถ "ล้อตะลุยดอทคอม" เป็นเวบท่องเที่ยวทริปเล็กๆ ทั้งในและนอกประเทศ โดยใช้รถของสมาชิกเองเป็นหลัก แชร์ค่าใช้จ่ายแล้วไปเที่ยวร่วมกัน แวะตรงไหนก็ได้ ไม่อึดอัดเหมือนไปเที่ยวด้วยบริษัททัวร์ เราไปกันไม่เยอะนะคะ บางครั้งก็ไม่เกิน 10 คัน เพื่อสะดวกในการดูแลกันและกันค่ะ

  Simple simple simple |  simple simple simple



     

ล้อตะลุยดอทคอม  ยินดีต้อนรับค่ะ   เว็บเราเป็นเว็บเล็กๆที่สมาชิกมารวมตัวกัน เป็นเพื่อนกัน ต่างรุ่นต่างวัย แต่เราก็เป็นเลือดล้อตะลุย เรามีกิจกรรมร่วมกัน  ร่วมทำบุญ  ร่วมบริจาค  ช่วยเหลือกีนและกัน  แลกความรู้  นัดทานอาหาร  นัดท่องเที่ยวอยู่เสมอๆ   
            ชื่อ ก็บอกอยู่แล้วว่า "ล้อตะลุย" เราจึงเป็นกลุ่มรักรถและรักการท่องเที่ยวแบบอิสระ ไม่จำกัดรุ่นและยี่ห้อ ไม่ยึดติดกับการนั่งเครื่องบินหรือทัวร์ซ๊ำๆ  แต่อาศัยล้อรถเราพร้อมกับประสบการณ์ที่ผ่านๆมาออกเดินทางทั้งในและนอกประเทศอยู่เสมอ   และทุกครั้งล้วนแต่มีความประทับใจ และก่อกำเนิดไมตรีระหว่างกัน     จากครอบครัวเล็กๆเราจึงมีเพื่อนใหม่ๆอยู่เสมอที่เข้าร่วมเป็นครอบครัวเรา     ผู้ที่ไม่ประสงค์ขับทางไกล เราก็มีบริการรถตู้สะดวกสบายร่วมขบวนไปด้วยค่ะ  .

            ด้วยความสามารถส่วนบุคคลที่ไม่ได้เก่งกาจในทางคอมพิวเตอร์เหมือนกับการขับรถตะลุยไปในทุกที่   เนื้อหาอาจไม่หวือหวาเท่าเวบใหญ่ๆ  แต่รับรองค่ะว่าถึงเวลาที่เราตะลุย  แจ้งข่าวในนี้เราทราบกันทุกคน พร้อมพรึ่บๆด้วยความกระเหี้ยนกระหือรือ  เข้ามาเป็นครอบครัวเราสิคะ  

ลมยางมีความสำคัญอย่างไร
ลมยางนับเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากต่อการทำหน้าที่ของยางรถยนต์  เพราะลมจะทำให้ยางสามารถคงรูปร่างและยึดติดกับกระทะล้อ และรับน้ำหนักบรรทุกได้     นอกจากนี้ลมยังช่วยให้หน้ายางสามารถคงรูปร่างและยึดติดกับกระทะล้อ และรับแรงสั่นสะเทือนจากการกระแทกของหน้ายางกับผิวถนนที่ไม่เรียบได้ ล  มที่ใช้เติมเข้าไปในยางรถยนต์โดยทั่วไปจะใช้อากาศอัดที่มาจากปั๊มลม ปัจจุบันได้นำแก๊สไนโตรเจนเข้ามาแทนการลมอัดแต่ยังไม่่แพร่หลายนัก เพราะผู้ใช้รถยนต์ต้องจ่ายเงินค่าแก๊สซึ่งยังมีราคาแพงมากเมื่อเทียบกับลม อัดที่เติมฟรี(ค่าแก๊สไนโตรเจนประมาณ 50 บาทต่อล้อ)

ผลของความดันลมต่อการใช้งานยางรถยนต์
ความดันของลมภายในยางจะเป็นปัจจัยสำคัญในการทำหน้าที่่ของยางตามปกติแล้วบริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์จะกำหนดค่า ความดันลมที่ เหมาะสมกับยางรุ่นนั้นๆมาให้ความดันลมที่เหมาะสมจะทำ ให้ยางมีรูปทรงที่เหมาะสมจะทำให้ยางทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

หากความดันของลมภายในยางมีน้อยเกินไปจะทำให้ยางแบน หน้ายางสัมผัสกับถนนไม่เต็มหน้า ดัง รูป (ซ้าย) ซึ่งจะมีผลให้มีการสึกหรอมากบริเวณไหล่ยาง และทำให้การบังคับเลี้ยวรถทำได้ยากขึ้น (พวงมาลัยหนัก)ชั้นผ้าใบหรือเนื้อยางเกิดการหัก ชำรุดเสียหายเร็วกว่าปกติ ประสิทธิภาพในการรีดน้ำและเกาะถนนลดลง และมีการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงลดลง ในทางตรงกันข้าม หากครวามดันยางภายในมากเกินไป จะทำให้แก้มยางสูงและหน้วยางโค้งขึ้น ดอกยางสัมผัสกับผิวของถนนเฉพาะตรงกลางหน้ายาง ซึ่งจะส่งผลให้ยางมีการสึกหรอมากตรงกลางหน้ายางประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนน ลดลง(พื้นที่สัมผัสลดลง) รถเกิดการลื่นไถลได้ง่าย มีการสั่นสะเทือนมากขึ้น และอาจเกิดการระเบิดของยางได้

ความดันลมยางที่เหมาะสม
ความดันลมยางที่เหมาะสมสำหรับยางรถยนต์นั่งโดยทั่วไป จะอยู่ที่ประมาณ28-36 ปอนด์/ตร.นิ้ว ส่วนรถกระบะจะอยู่ที่ประมาณ 30-45 ปอนด์/ตร.นิ้ว(ไม่มีการบรรทุก) และประมาณ 35-65 ปอนด์/ตร.นิ้ว(เมื่อมีการบรรทุก)แต่ละยี่ห้อ มีน้ำหนักต่างกัน หรือใช้ยางที่มีขนาดต่างกัน

กรณีที่ขับรถด้วยความเร็วสูงหรือขับรถทางไกลให้เพิ่ม ความดันลมขึ้น 3-5ปอนด์/ตร.นิ้ว จากความดันลมปกติ ทั้งนี้เพื่อเป็นลดการบิดตัวของโครงสร้างยาง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ยางเกิดความร้อน


ขับรถขึ้นเขาอย่างถูกวิธี

- ควรใช้เกียร์ต่ำ ปรับเปลี่ยนเกียร์เมื่อรถเสียกำลังอย่าลากเกียร์จนหมดแรงส่ง ถ้าเป็นเกียร์อัตโนมัติ ให้ใช้เกียร์ 2 ในการขับขึ้นเขาลงเขา และเปลี่ยนไปใช้เกียร์ D บ้าง เมื่อรถอยู่ในทางราบ การขับให้ใช้เกียร์ช่วยตลอดทางเกียร์อัตโนมัติไม่พังง่ายๆ หรอกครับ

- เมื่อขับลงเขาที่ลาดชันมากและยาวไกล ก่อนเข้าโค้งให้เปลี่ยนเกียร์จากตำแหน่ง D มา 2 ถ้า 2 ยังเอาไม่อยู่ให้เปลี่ยนมา L แต่อย่าทำขณะฝนตกทางลื่นรถจะเสียการทรงตัว การใช่เกียร์แต่ละเกียร์ควรดูสภาพทางเป็นหลักในการพิจารณา ส่วนเกียร์ธรรมดาการทำงานจะง่ายกว่า มีเกียร์ให้เล่น 5 ตำแหน่ง และมีคลัตช์ช่วยในการส่งกำลังไปยังล้อที่เราต้องการได้ทุกขณะ แต่เกียร์อัตโนมัติบางรุ่นจะทำงานไม่ได้อย่างที่เราต้องการ เพราะฉะนั้นควรประเมินสภาพทางก่อนใช้เกียร์ดีที่สุด

- การขับเข้าโค้งธรรมดาหรือบนภูเขา ควรมองให้ไกลให้ลึกและให้คนนั่งข้างช่วยดูสภาพทางด้วย เมื่อแน่ใจว่าไม่มีรถสวนมาให้ใช้วิธีตัดโค้งวิธีนี้จะช่วยให้รถทรงตัวดี, เข้าโค้งได้เร็ว, รถไม่ใช้กำลังมาก ลูกปืนล้อมไม่ทำงานหนัก, ยางก็ไม่ล้มตัวมาก หน้ายางจะสัมผัสผิวถนนได้มากตามไปด้วย แต่ต้องแน่ใจว่าไม่มีรถสวนมา สมมุติจะเข้าโค้งขวาก่อนเข้าโค้งให้ถอนคันเร่งลง หัดพวงมาลัยไปทางซ้ายนิดหนึ่ง แล้วหัดพวงมาลัยมาทางขวาเพื่อทำโค้งให้กว้างขึ้น ใช้พื้นที่ถนนทุกตารางนิ้ว ถ้ารถจะเลี้ยวซ้ายก็ให้เลี้ยวทางขวานิดหนึ่งแล้วเลี้ยวซ้าย การฝึกใหม่จะรู้สึกฝืนความรู้สึกบ้าง ถ้าขับชำนาญแล้วก็จะชินไปเอง

- การขับรถโค้งต่อเนื่องรูปตัว S มองให้ไกล มองให้ลึก เมื่อแน่ใจว่าทางว่าง ไม่มีรถสวนมาให้ถอนคันเร่งลงแล้วเสียบตัดโค้งในแนวการขับเป็นเส้นตรงที่สุด ง่ายไหม? ...ครับ แต่การขับรถลักษณะนี้ถ้าไม่แน่ใจเส้นทางข้างหน้าหรือทัศนวิสัยไม่ดีควรขับเข้าทางโค้งธรรมดา อยู่ในทางของเราเอง

- การขับรถเข้าโค้งหักศอกขึ้นเขารูปฟันปลา การขับแบบนี้ต้องให้ผู้ช่วยดูรถด้านซ้ายด้วยโดยมองถนนด้านบนก่อนว่าไม่มีรถสวนลงมา กดแตรรถก่อนจะขับขึ้นไป หลักการขับก็เหมือนเข้าโค้งธรรมดา จะเลี้ยวซ้านก็หัดพวงมาลัยไปทางขวาก่อนแล้วหักพวงมาลัยไปทางซ้ายเข้าโค้งเมื่อรถเข้าโค้งล้อหน้าจะเกิดแรงต้าน รถต้องใช้กำลังมาก ทำให้รถรถขับขึ้นได้ช้า ควรคืนพวงมาลัยกลับมาบ้าง และเร่งเครื่อง ทำแบบนี้เป็นจังหวะไปมาจนพ้นโค้ง การขับลงโค้งแบบนี้อย่าใช้ความเร็ว ควรลงช้าๆ ใช้เบรกช่วยชะลอความเร็วแต่อย่าเหยียบแรง ท้ายรถจะปัด ยิ่งหน้าฝนท้ารถจะปัดได้ง่าย ถ้าท้ารถปัดรถจะเสียการทรงตัว ให้หักพวงมาลัยไปทิศทางท้ายรถ เช่น เลี้ยวซ้ายท้ายรถปัดไปทางขวาก็ให้หักพวงมาลัยไปทางขวา เมื่อรถทรงตัวได้แล้วบังคับให้บังคับรถไปในทิศทางที่ต้องการ ถ้าเอาไม่อยู่ให้เลือกทางภูเขาไว้ก่อน อย่าเลือกทางหน้าผาก็แล้วกัน

- การเพิ่มระยะทางการเบรก การเบรกรถกะทันหัน รถเราอาจไปชนรถข้างหน้า ควรเลี้ยวรถดึงพวงมาลัยไปทางไหล่าทาง หรือมีพื้นที่เพื่อเพิ่มระยะทางการเบรก

- การขับรถบนภูเขาที่มีทางคดเคี้ยวไปมาเป็นเวลานานๆ เมื่อถึงทางตรงลงเขายางไกล คนขับส่วนมากจะขับเร็วรถมาก อันตรายมากนะครับทางแบบนี้ น้ำหนักรถ ความเร็ว ระยะทางถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เช่น มีรถ, คน, ฯลฯ ขึ้นจากข้างทางหักหลบไม่พ้นแน่ ถึงจะหักหลบได้แต่รถต้องเกิดอะไรแน่นอน ไม่พลิกคว่ำ แหกข้างทางเข้าป่า หรือไม่ก็ชนรถที่วิ่งสวนมา

- การขับในทัศนวิสัยไม่ดี ทางโค้งแคบที่มีสันเขาบังสายตา ควนเข้าโค้งแบบธรรมดา ต้องบีบแตรส่งสัญญาณุกครั้งก่อนจะเข้าโค้งเพื่อป้องกันรถที่วิ่งสวรมา เนื่องจากคนที่ขับรถเจ้าถิ่นบนภูเขาเป็นประจำจะขับรถตัดโค้ง

- ทางลูกรังหรือทางที่มีหินลอย ทางแบบนี้ถือได้ว่าเป็นทาง ''ปราบเซียน'' กลิ้งกันมาหลายคันครับ การที่ล้อรถลอยตัวขณะวิ่งเข้าโค้งเราไม่สามารถบังคับได้อย่างที่ต้องการ และการที่เราไม่คุ้นเคยกับเส้นทางมาก่อนก็ไม่ควรขับรถด้วยความเร็วสูง


ยางเสียงดัง

ผู้ขับขี่รถยนต์หลายท่านที่มักจะเกิดความไม่มั่นใจในการทรงตัวของรถยนต์ขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงดังขณะที่เลี้ยวรถ เพราะคิดว่าเสียงดังเอี๊ยดที่ได้ยินนั้นเกิดจากการลื่นไถลของยางเป็นสำคัญ เสียงที่เกิดขึ้นและความเชื่อดังกล่าวนี้เอง ทำให้ผู้ผลิตยางพยายามอย่างยิ่งที่จะหาทางลดการเกิดเสียงให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ก่อนอื่นต้องทราบกันก่อนว่าเสียงที่ดังขึ้นมานั้นเกิดจากอะไร และส่งผลอะไรบ้าง เพราะตามสภาพการใช้งานที่เกิดขึ้นยางมีหน้าที่รับการถ่ายทอดกำลังงานจากเครื่องยนต์ลงสู่พื้นดิน และต้องรับน้ำหนักที่เกิดขึ้นทั้งหมดบนตัวรถ การหมุนไปบนพื้นถนนของยางก็คือ การเสียดสีกันระหว่างยางและพื้นถนนนั่นเอง

หากการหมุนของยางเป็นไปในทิศทางตรงๆ เสียงที่ดังก็จะเกิดขึ้นจากการขยับตัวของเนื้อยาง ซึ่งจะดังมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับการออกแบบร่องดอกยางเป็นสำคัญ ยางที่ได้รับการออกแบบร่องดอกตามแนวเส้นรอบวงและมีร่องดอกเล็กละเอียดจะมีเสียงเกิดขึ้นน้อย หรือหากเกิดเสียงขึ้นมาก็จะเป็นเสียงในโทนเสียงสูง ซึ่งยากต่อการได้ยิน

ในขณะที่ยางมีร่องดอกกว้างหรือมีร่องดอกแนวขวางกับหน้ายางมากๆ จะทำให้เกิดเสียงในโทนเสียงต่ำซึ่งสามารถได้ยินชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งนี้เสียงดังกล่าวยังสัมพันธ์กันกับความแข็งหรืออ่อนของโครงสร้างแก้มยางด้วยเสียงประเภทนี้มักจะสร้างเพียงแค่ความรำคาญ หรือสร้างความไม่สบายในการขับรถ เพราะเสียงยางรบกวนสมาธิหรือไปดังกลบเสียงเพลงจากเครื่องเสียงประจำรถเป็นส่วนใหญ่

เสียงที่เกิดขึ้นขณะเลี้ยวนั้นจะเกิดขึ้น เพราะการเสียดสีในลักษณะการวางขวางของการหมุนรอบตัวเอง ของยาง ทำให้หน้ายางเกิดการบดกับพื้นถนนอย่างรุนแรงเสียงประเภทนี้จะดังมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับรถ , น้ำหนักที่บรรทุก, ส่วนผสมของเนื้อยางและทิศทางการขวางกับการหมุนของยาง ซึ่งหากเป็นเสียงที่เกิดขึ้นจากการเลี้ยวรถ อย่างรุงแรงที่มีความสูงจนแก้มยางถูกกดลงไปบดกับพื้นถนนทำให้เกิดเสียงขึ้นมาหลายครั้ง สามารถเห็นรอยการเสียดสีกับแก้มยางกับพื้นถนนได้อย่างชัดเจน
เสียงที่เกิดจากสาเหตุประการหลังๆ นี้ ผู้ขับขี่ต้องระมัดระวังการขับขี่ต้องลดลงความเร็วในขณะเลี้ยวโค้งลง มิฉะนั้นอาจจะส่งผลกระทบไปถึงการทรงตัวของรถได้ครับ

ถ้าเป็นยางที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว อาการเสียงดังเกิดได้ดังนี้

1.เกิดจากห้นาสัมผัสยางเกิดอาการสึกของดอกยางไม่สม่ำเสมอ หรือเรียกง่ายๆว่ากินยาง

2.เกิดจากยางหมดสภาพเนื้อยางแข็งกระด้าง

3.เกิดจากยางมีร่องดอกกว้างหรือมีร่องดอกแนวขวางกับหน้ายางมากๆ

ข้อมูลและแหล่งที่มา จาก : http://www.nvyangyont.com


                

Copyright (c) 2010 by Lortaluy.com